Rechercher dans ce blog

Monday, December 27, 2021

ยธ.เผยไม่พบนักโทษเสียชีวิตจากโควิดในเรือนจำเเล้ว 15 วัน | ข่าวช่อง 8 - ช่อง8

ก.ยุติธรรม เผยสถานการณ์โควิด-19 ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ดีขึ้นต่อเนื่อง ไม่พบรายงานเสียชีวิตในช่วง 15 วัน ผู้ต้องขังรับวัคซีนสองเข็มเเล้วกว่า 94%

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือ ศบค.ยธ. เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตาม 5 แผนงานการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ครั้งที่ 85/2564 โดยมีนางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบการประชุมทางไกล Vdeo Conference) ร่วมกับผู้บัญซาการเรือนจำในจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 

ายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษก ศบค.ยธ. เปิดเผยว่า ภาพรวมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำ/ทัณฑสถานวันนี้ยังคงดีขึ้น มีเรือนจำสีขาว 133 แห่ง และเรือนจำสีแดง 9 แห่ง โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นเรือนจำที่อยู่ระหว่างควบคุมการระบาด 4 แห่ง และเรือนจำอยู่ในแผนสิ้นสุดการระบาดของโรค (แผน EXIT) อีก 5 แห่ง

ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ พบเพิ่ม 18 ราย (พบในห้องแยกกักโรค 10 ราย และในเรือนจำสีแดง 8 ราย) โดยไม่มีรายงานการเสียชีวิตติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 874 ราย (กลุ่มสีเขียว 79.19 สีเหลือง 20.5% และสีแดง 0.48 ) มีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 83,765 ราย หรือ 96.39 ของผู้ติดเชื้อสะสม 86,960 ราย เสียชีวิตสะสม 185 ราย คิดเป็น 0.219 ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนของกรมราชทัณฑ์ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือครบโดสแล้ว จำนวน 265,757 ราย หรือคิดเป็น 94.69 ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 280,916 ราย

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ศบค.ยธ. โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานการประชุมสรุปว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำถือว่าดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. การป้องกันเชื้อจากภายนอกและภายใน ทั้งการบริหารจัดการห้องกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ให้ได้มาตรฐาน การระวังเชื้อจากเจ้าหน้าที่และสิ่งของที่อาจแพร่เข้าเรือนจำอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการฉีดวัคซึนเพื่อสร้างภูมิแก่ผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าที่ให้ครบจนสามารถเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้ นอกจากนี้ ยังต้องเร่งลดความแออัดในเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศ

2.การรักษาผู้ต้องขังที่ติดเชื้อตามมาตรฐานและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และ 3. การปล่อยตัวผู้พ้นโทษจากเรือนจำ ต้องดำเนินการภายใต้มาตรการมิให้นำเชื้อออกภายนอกตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังและยกระดับมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นภายในเรือนจำและทัณฑสถานได้อีก

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำวันจันทร์ที่ 27 ธ.ค. 2564 มีผู้ติดเชื้อและอยู่ระหว่างการรักษาตัว จำนวน 14 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย และเยาวชน 12 ราย ด้านผลการดำเนินงานสถานพินิจศูนย์ฝึกและอบรมฯ สีขาว มีจำนวน 52 แห่ง จากทั้งหมด 56 แห่ง อีก 4 แห่ง พบมีการติดเชื้อ 3 แห่ง และหมดสถานะ 1 แห่ง ขณะที่สถิติการฉีดวัคซีนของเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นรวมจำนวน 3,176 ราย หรือคิดเป็น 81.58% จากทั้งหมด 3,893 ราย และเจ้าหน้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนจำนวน 3,925 ราย หรือคิดเป็น 93.169 จากทั้งหมด 4,213 ราย

Adblock test (Why?)


ยธ.เผยไม่พบนักโทษเสียชีวิตจากโควิดในเรือนจำเเล้ว 15 วัน | ข่าวช่อง 8 - ช่อง8
Read More

No comments:

Post a Comment

ทำงานหนักจนลืมกินข้าว ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารจริงหรือไม่? - Hfocus

การกินอาหารไม่ตรงเวลา มีผลต่อโรคกระเพาะจริงไหม? ปรับพฤติกรรมอย่างไรจะช่วยลดอาการป่วย  ด้วยพฤติกรรม การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทำให้บางคนไม่สามา...